(รูปประกอบ ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อข่าว)
สตรีจีนแซ่หลิวรายหนึ่งในมณฑลเจ้อเจียง ต้องทนทุกข์กับภาวะ “จอประสาทตาเสื่อม” อย่างมิอาจหลีกเลี่ยง หลังหญิงสาวเล่นโทรศัพท์มือถือในห้องที่ปิดไฟจนมืดสนิทโดยเฉลี่ยวันละ 2-3 ชม.มานาน ซึ่งหลิวเผยว่าตนเองเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติของดวงตาข้างขวาในสัปดาห์ก่อน โดยมักจะมองวัตถุผิดสัดส่วนจากความเป็นจริง และเหมือนเห็นหมอกควันจางๆ อยู่ตลอดเวลา"เมื่อคุณหมอปิดตาข้างซ้ายของฉัน ทุกอย่างที่ฉันเห็นด้วยตาข้างขวานั้นดูไม่ชัดเจนไปเสียหมด อย่างเช่นวัตถุรูปทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากก็กลายเป็นทรงรีๆ กลมๆ แทน"
ทั้งนี้นายแพทย์ผู้ทำการรักษาระบุว่า หลิวประสบกับภาวะจอประสาทตาบางส่วนหลุดลอก ซึ่งเป็นผลมาจากการจ้องจอโทรศัพท์มือถือในที่มืดเป็นเวลานานเกินไป
ด้านนายเจ้า ปิงคุน จักษุแพทย์ในมณฑลเจ้อเจียง กล่าวว่า การจดจ้องจอภาพของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในที่มืดหรือมีแสงสว่างไม่เพียงพอนานๆ หลายชั่วโมง จะทำให้กล้ามเนื้อซิลิอารี (Ciliary muscle) หรือกล้ามเนื้อยึดเลนส์ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมเลนส์สายตาให้มีการปรับโฟกัสสั้น-ยาว เพื่อมองภาพวัตถุในระยะทางต่างๆ ได้ชัดเจน เกิดการชำรุดเสียหายขึ้นมาได้
นอกจากนั้น ภาวะจอประสาทตาหลุดลอกยังสามารถนำไปสู่ภาวะตาบอดสนิทถาวรอีกด้วย โดยจักษุแพทย์จำนวนมากต่างยืนยันว่าผู้ป่วยรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องล้วนมีพฤติกรรมลักษณะดังกล่าวเป็นต้นเหตุ โดยเฉพาะผู้ใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลากหลายประเภทในชีวิตประจำวัน
ก่อนหน้านี้ในเดือน พ.ย. 2556 ชายชาวจีนรายหนึ่งจากมณฑลฝูเจี้ยน ต้องสูญเสียการมองเห็นของดวงตาข้างขวา หลังเขาใช้เวลากว่า 10 ชม.ของแต่ละวันนั่งอยู่หลังจอคอมพิวเตอร์ เพื่อดำเนินธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพดวงตากระตุ้นเตือนคนรุ่นใหม่ให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างสมเหตุสมผล และจัดแบ่งเวลาใช้งานและพักสายตาให้สมดุลอยู่เสมอ
Cr : flashfly
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น