วันอังคารที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2556

News : จวกเละ กรณี ปอท. จะคุมแอพฯ Line อ้างเป็นภัยต่อความมั่นคง

       จากกรณีข่าวคราวที่กำลังเป็นที่พูดถึงในขณะนี้เกี่ยวกับกระแสที่ทาง พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบก.ปอท.) เตรียมที่จะดำเนินการเพื่อตรวจสอบข้อมูลการสนทนาผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์  (Line) โดยอ้างว่ากระทบต่อความมั่นคงโดยเน้นในเรื่องของกลุ่มค้าอาวุธเถื่อน กลุ่มค้ายาเสพติด กลุ่มค้าประเวณี้ และกลุ่มสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งจากการดำเนินการดังกล่าวก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าเข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคล นอกเหนือจากนี้ทาง ปอท. ยังเฝ้าจับตามองโซเชียลมีเดียอื่นๆอีกด้วย


       หลังจากที่มีข่าวดังกล่าวเกิดขึ้น ทั้งนักกฎหมาย นักการเมือง รวมถึงบุคคลทั่วไปก็ได้ตั้งข้อสังเกตและวิพากษ์วิจารณ์เรื่องดังกล่าวว่าเป็นเรื่องการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และส่อผิดกฎหมายตาม พรบ. คอมพิวเตอร์ฯด้วย เพราะถือเป็นการเข้าถึงข้อมูลโดยมิชอบ หากทางเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบต้องขอคำสั่งศาล และชาวเน็ตก็ไม่เห็นด้วยกับข่าวดังกล่าวเพราะเห็นเป็นเรื่องไร้สาระ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจน่าจะเอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่ก่อให้เกิดประโยชน์มากกว่านี้ดีกว่า ดังเช่นการให้สัมภาษณ์ในสื่อต่างๆของผู้ที่เกี่ยวข้องเช่น

       นายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายเทคโนโลยี ให้สัมภาษณ์ว่า จากกรณีที่เป็นข่าว คิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถกระทำได้แน่ เนื่องจากผู้บริหารแอพพลิเคชั่น LINE ที่ประเทศญี่ปุ่นไม่สามารถให้ข้อมูลได้ เพราะเป็นการผิดสัญญาและละเมิดสิทธิ์ เพราะการที่จะนำข้อมูลของผู้ที่ใช้บริการจากบริษัทแม่ของ LINE ที่ประเทศญี่ปุ่นมาเปิดเผยหมายความว่า ผู้ใช้บริการต้องกระทำความผิดตามก.ม.ของประเทศญี่ปุ่นด้วย

“การให้ข้อมูลของผู้ใช้บริการในลักษณะนี้จะทำได้ก็ต่อเมื่อศาลสั่ง ซึ่งข้อมูลตามที่ข่าวเสนอออกมา มองว่าเป็นเรื่องของจิตวิทยาที่ต้องการป้องปรามผู้ใช้งาน”

       นายไพบูลย์ กล่าวย้ำว่า การขอข้อมูลมีได้สองทาง คือ 1.ขอข้อมูลเอกสารมาจากบริษัทแม่ของ LINE ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งต้อขอคำสั่งจากศาล และ2.ดักข้อมูลลับ ซึ่งผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550

“ถ้าตำรวจนำข้อมูลที่ได้จาก LINE มาใช้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการต่างๆ ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของชื่อ LINE นั้น สามารถฟ้องกลับตำรวจและบริษัทแม่ของ LINE ที่ญี่ปุ่นได้ทันที เพื่อให้ให้ชี้แจงการได้มาซึ่งข้อมูล”

       นายไพบูลย์ มองว่า การออกมาให้ข่าวเรื่องการจะคุมการใช้งานแอพพลิเคชั่น LINE เป็นเพียงความต้องการลดกระแสการต่อต้านทางการเมืองเลยมาล่วงล้ำสิทธิ์ของประชาชนในการติดต่อสื่อสาร - เดลินิวส์

       น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบก.ปอท.) จะตรวจสอบข้อมูลการสนทนาในแอพพลิเคชั่น “ไลน์” (LINE) โดยอ้างเรื่องภัยความมั่นคงในสังคมออนไลน์ ว่า พรรคประชาธิปัตย์ เป็นกังวลในเรื่องดังกล่าวเพราะเป็นการสกัดกั้นเสรีภาพในการสื่อสารของประชาชน ขายหน้าประชาคมโลกมาก อยากถามไปยังน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ว่า ได้มอบนโยบายนี้ให้ปอท. หรือใครมีใบสั่งให้ดำเนินการ หรือผบก.ปอท.ทำเอง ทั้งนี้ชมรม FifhtBadWeb หรือชมรมนักรบไซเบอร์ ที่คอยติดตามการโพสต์ข้อความหมิ่นสถาบัน พยายามเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการกับเว็บไซต์หมิ่นสถาบัน แต่รัฐบาลไม่มีการดำเนินการ แต่ปอท.กลับมากระทำเรื่องดังกล่าว ซึ่งไม่เหมาะสม - ข่าวสด


Cr : techxcite.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น